พื้นที่โฆษณา ตำแหน่งดี ติดไปทุกหน้า

สนใจ ติดต่อตอบสอบถามได้เลย

Login

Login - Logout

จงรายล้อมตัวคุณ ด้วยคนพลังบวก

ภาพจาก Pixabay

หลายวันก่อนผู้เขียนเห็นข้อความจากโลกโซเชียลแล้วให้สะดุดใจ ข้อความนั้นระบุว่า “การพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่มีพลังบวกทำให้รู้สึกว่าเราจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรค อยากโตขึ้นแล้วเป็นผู้ใหญ่ที่มีพลังบวกแบบนี้”  อ่านแล้วต้องรีบย้อนมามองตัวเองทันทีว่าเราเป็นผู้ใหญ่ที่ให้พลังบวกกับคนอื่นหรือเปล่า  และ นึกตามไปด้วยว่าที่ผ่านมาตนเองเคยได้รับพลังบวกจากผู้ใหญ่คนไหนมาบ้าง

เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคน ที่อยู่ในวัยเรียน วัยทำงาน ล้วนแล้วต้องมีที่ปรึกษาส่วนตัวนอกเหนือจากพ่อแม่ และที่ปรึกษาส่วนตัวของแต่ละคนนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นคนเดิมๆที่เรารู้สึกว่าเขาพูดได้ตรงกับใจ ไม่เอาใจมากเกินไป แต่ก็ไม่ได้เข้าข้าง ชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย แนะนำวิธีแก้ปัญหา แล้วปล่อยให้เราตัดสินใจเอง ซึ่งที่ปรึกษาแบบนี้มักจะสร้างพลังบวกให้กับตัวเรา ผู้เขียนเองเติบโตมากับ ที่ปรึกษาแบบนี้เช่นกัน แม้ว่าในบางครั้งเราจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วแต่การได้ถามที่ปรึกษาซึ่งบางครั้งรู้จักนิสัยเราดี ด้วยการมองแบบ Outside In ไม่ได้ตัดสินด้วยอคติส่วนตัว ก็ทำให้การตัดสินใจในบางครั้งมีเหตุและผลมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเติบโตมาโดยมีผู้ใหญ่ซึ่งมีความเมตตาให้คำปรึกษา ทำให้ผู้เขียนรู้สึกได้ว่าเมื่อเราอยู่ในช่วงวัยที่ต้องกลายเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น เราก็ต้องให้คำแนะนำในวิธีเดียวกับที่เราเคยได้รับมา

ถามว่าเคยเจอที่ปรึกษาที่มีแต่พลังลบไหม คำตอบคือ “เคยค่ะ” ที่ปรึกษาที่มีแต่พลังด้านลบ นั้นจะเป็นการมองแบบมุมเดียว มองด้วยมายาคติของตนเอง และ มักจะมีถ้อยความ ที่สะท้อนความคิดในด้านลบออกมาให้ได้ยินตลอดการสนทนา เราจะไม่สามารถได้คำแนะนำที่ดีจากที่ปรึกษาประเภทนี้ และเราจะต้องสูญเสียพลังชีวิตเพื่อให้คนในประเภทนี้รู้สึกพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่เราจะได้รับจากคนที่เต็มไปด้วยพลังด้านลบ มีเพียงอย่างเดียวคือคำเตือนใจว่า “เราจะต้องไม่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอิดหนาระอาใจแบบนี้”

การมองโลกในแง่ดี หรือ ชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังบวก ไม่ใช่เรื่องของคนโลกสวยนะคะ หากแต่เป็นการมองโลกในแง่จริง และ ทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกรำคาญใจได้โดยที่ไม่รำคาญใจอีกต่อไป พลังบวก นั้นจะทำให้คุณใช้ชีวิตได้สบายขึ้น ไม่หมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนมากเกินไป

พลังบวกก็เปรียบเสมือนการตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา ว่าเรากำลังจะทำอะไร เมื่อทำไปแล้วจะได้รับผลจากการกระทำอย่างไร และ ในอนาคตเราจะแก้ไขในข้อผิดพลาดนั้นด้วยวิธีใด

ทุกวันนี้ผู้เขียนทำให้ตนเองอยู่ท่ามกลางของ ผู้คนที่เต็มไปด้วยพลังบวก เพรานอกจากพลังของพวกเขาจะทำให้เรารู้สึกสบายใจในทุกครั้งที่ได้คุยแล้ว ยังเป็นการ ขัดเกลาจิตใจของตนเอง ให้ละมุนขึ้น แม้จะไม่ถึงขนาดวิ่งจับมือวิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ก็ไม่ได้ดาร์กเสียจนกระทั่งเกรี้ยวกราดไปกับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่า “ชีวิตนี้อยู่ยาก” ลองหาคนที่มีพลังบวกพูดคุยสักคนนะคะ แล้วจะรู้ว่าที่บอกว่า “อยู่ยาก” นั้นเป็นเพราะตัวคุณเองหรือเปล่าที่ทำให้มันยากจนเกินไป

Cr : tonkit360

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on email
Email