กองทัพที่เกรียงไกร นอกจากต้องอาศัยแม่ทัพที่เก่งกาจ ยังต้องอาศัยขุนพลชำนาญการรบ และ เหล่าทหารหาญเป็นกำลังสำคัญในการต่อกรกับกองทัพฝ่ายตรงข้าม เช่นเดียวกับองค์กรยุคใหม่หากจะปักธงรบได้อย่างห้าวหาญ ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ยั่งยืน นอกจากต้องอาศัยแม่ทัพที่มีวิสัยทัศน์ ขุนพลที่มีฝีมือและฉลาดแล้ว ยังต้องการทหารหาญที่พร้อมทุ่มเทกายใจเพื่อองค์กร

ถ้าเช่นนั้น การจะสร้างกองทัพที่ห้าวหาญครบเครื่องแบบนี้ ต้องทำอย่างไร?

คำถามนี้ตอบไม่ยาก เพียงแต่หนทางจะไปให้ถึงกลับไปง่าย เพราะสูตรลับที่ว่า มีแค่ 3 คำสั้น ๆได้แก่ Love- Engage- Passion

เริ่มต้นจาก Love หรือ ความรัก คำธรรมดาแต่ความหมายลึกซึ้ง บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังหาไม่เจอ ในโลกของการทำงาน รักในที่นี่หมายถึง เรารักและเห็นคุณค่าของงานที่ทำ ไม่สำคัญหรอกว่า เหตุผลที่ทำให้คุณตกหลุมรักในงานจะเป็นตัวเงิน ตำแหน่ง หรือ สวัสดิการ แต่อย่างน้อย ถ้าคุณหาคำตอบได้ว่า รักอะไรในงานที่ทำ อานุภาพของความรักนี้จะส่งผลถึงงานที่ทำไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ถัดมา Engage  หรือ ความผูกพันองค์กร  จนทำให้พนักงานคนหนึ่งรู้สึกมีส่วนร่วมกับเป้าหมายขององค์กร มีความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาดี และเกิดอารมณ์ร่วมไปกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร

สุดท้าย Passion หรือ ความปรารถนาอันแรงกล้า ทำงานด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างสุดพลังความสามารถเพื่อให้บรรลุในสิ่งที่ตนเองรัก ผูกพัน และมีพลัง โดยรวมไปถึงเป้าหมายชีวิตส่วนตัว ชีวิตในการทำงาน และการสร้างประโยชน์ให้สังคม

ค้นพบความหมายของ 3 ส่วนผสมที่จะช่วยสร้างองค์กรที่ยั่งยืนแล้ว สเต็ปต่อไป คือ การสร้างพนักงานที่มี Love- Engage- Passion ด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

 

 

1.เริ่มจากวัฒนธรรมองค์กร นึกถึงตอนที่ตั้งโจทย์เพื่อตามหาคู่ชีวิต ธรรมชาติของคนเราจะเริ่มจากคนที่คุยกันถูกคอ ชอบอะไรคล้ายกัน เพราะฉะนั้น การที่จะตามหาพนักงานที่มีโอกาสจะตกหลุมรักงานและองค์กร ก็ต้องมองหาคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน มีความคิด หรือ มองหาเป้าหมายคล้ายกัน

 

 

2.เปิดเวที สร้างโอกาสให้พนักงานเข้าไปมีส่วนร่วม แทนที่จะปล่อยให้การทำงานทุกอย่าง เป็นการสั่งการจากเบื้องบนลงมาสู่ระดับปฏิบัติการ ลองเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีความรักอยู่ล้นเปี่ยม ได้ปลดปล่อยและแสดงศักยภาพที่มีออกมาบ้าง การเปิดเวทีเช่นนี้ นอกจากจะทำให้คนเก่งได้โชว์ฝีมือ องค์กรได้เห็นศักยภาพของพนักงาน เมื่อเกิดการฝึกปรือฝีมือบ่อยๆ จะก่อให้เกิดเป็นความชำนาญ และ การเป็นความลุ่มหลงจนอยากจะพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปให้ถึงขีดสุด

 

 

3.สนับสนุนให้พนักงานเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เมื่อแพชชั่นในการทำงานของพนักงานจุดติดแล้ว อย่าปล่อยให้ค่อยๆดับมอด ทางที่ดี องค์กรควรส่งเสริมให้เปิดโอกาสให้พนักงานไปให้สุดทาง เพราะสุดท้ายแล้ว ประโยชน์ที่ได้ไม่ได้ตกอยู่เพียงพนักงานที่ได้ทำงานที่รักอย่างเต็มกำลัง แต่เท่ากับว่า องค์กรได้มีโอกาสฝึกปรือกองทัพขุนพลที่มีศักยภาพไว้เป็นกำลังสำคัญขององค์กรในอนาคตอีกด้วย

 

 

4.เปิดโอกาสให้พนักงานส่งต่อสิ่งดีๆ ให้สังคม เมื่อองค์ประกอบที่เริ่มต้นจากความรัก มีความผูกพันองค์กร และมีขุมพลังแพชชั่น อย่าเก็บสิ่งดีเหล่านั้นให้อยู่เพียงแค่ภายในองค์กร ส่งเสริมให้พนักงานสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเหล่านั้นส่งต่อสู่ภายนอก เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ Love- Engage- Passion ในแบบฉบับของตนเองเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม ทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ และจิตสาธารณะ ในการรับผิดชอบต่อสังคมต่อตนเองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด การปลดล็อก Love- Engage- Passion ในองค์กร ก็ไม่ได้สามารถทำสำเร็จในชั่วข้ามคืนฉันนั้น ซ้ำร้ายระหว่างทางอาจมีอุปสรรคมากมายเข้ามาท้าทาย เพราะเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หน้าที่ขององค์กรคือ อย่าเร่งร้อนที่จะเห็นผล และที่สำคัญระหว่างทางควรสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน ไม่ว่าเป็นการใช้รางวัล โอกาสการเติบโตในสายงาน หรือ ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในผลงานที่สร้างขึ้น