พื้นที่โฆษณา ตำแหน่งดี ติดไปทุกหน้า

สนใจ ติดต่อตอบสอบถามได้เลย

Login

Login - Logout

16 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ที่คุณต้องใช้จ่ายหากมีรถสักคัน

 

หลายครั้งเรามักจะได้ยินว่า ซื้อรถมีแต่ลด ? ทำให้เกิดอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะซื้อดีไหม ? ซื้อมาจะคุ้มหรือเปล่า เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทีม Frank ระดมความคิดเห็นกันมาแล้วว่า คุณต้องเตรียม 16 ค่าใช้จ่ายที่หากซื้อรถยนต์ไว้ขับสักคันไว้ ซึ่งมีทั้งค่าใช้จ่ายก่อนซื้อ ค่าใช้จ่ายที่ตามมาเพื่อให้คุณวางแผนได้ง่ายขึ้น

1. เตรียมเงินค่าเดินทางไปดูรถ และทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะตกลงปลงใจซื้อ เราต้องทดสอบรถยนต์ หรือ Test Drive คันนั้น ๆ ก่อนซื้อมาใช้ขับขี่ ควรสำรวจก่อนเลยว่าเบาะนั่งพอดีกับส่วนสูงของเรา มุมมองของรถ สมรรถนะเครื่องยนต์ และการขับขี่ว่าเหมาะกับเราไหม หากใครที่เพิ่งซื้อรถคันแรกในชีวิต ! คุณต้องเตรียมเงินเดินทางไว้ด้วย หากโชว์รูมรถอยู่ไกลจากที่พัก หรือต้องเดินทางดูรถยนต์จากหลาย ๆ ค่ายเพื่อประกอบการตัดสินใจ แนะนำเตรียมแผนการเดินทางให้ดี ลองให้แน่ใจว่ารถยนต์ที่เราจะซื้อนั้นดีจริง เหมาะกับเราจริง ๆ ก่อนตกลงปลงใจซื้อ ค่อย ๆ เลือกนะครับ ดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม”

2. เตรียมเงินซื้อรถยนต์ให้ดี ว่าจะผ่อนหรือจ่ายสดครบเต็มจำนวน

 

แน่นอนว่าคุณต้องมีรถยนต์ในดวงใจแล้ว ว่าจะซื้อรถครอบครัว นั่งสบาย น่าใช้งาน  หรือเลือกซื้อรถปราดเปรียวสำหรับขับในเมือง ฯลฯ นั่นขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของคุณ ชัวร์ที่สุด ! คือ “เราต้องมีเงินซื้อรถ !!!” โดยเฉพาะรถป้ายแดงที่มีราคาค่อนข้างสูง หากคุณไม่มีเงินสดพร้อมจ่ายเต็มจำนวน จะผ่อนจ่ายรถต้องเตรียมเงินดาวน์ด้วย พร้อมกับคุยกับครอบครัว สามี ภรรยา ให้ดีก่อนจะผ่อนรถสักคันจะได้ไม่เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายภายหลัง

เอาเป็นว่า ยิ่งดาวน์เยอะยิ่งผ่อนน้อย ดอกเบี้ยไม่สูงดีกว่ากันเยอะ เลือกให้สอดคล้องกับงบประมาณและเงินในกระเป๋าครับ จะได้ไม่ตึง ไม่ลำบากเกิน ไม่ควรผ่อนค่ารถเกินเงินเดือนจนไม่มีเงินเหลือ เพื่อป้องกันความรู้สึกผ่อนรถจนรู้สึกผิด เพราะการผ่อนจ่ายแต่ละคันใช้เวลาหลายสิบปี

แนะนำ: ดาวน์อย่างน้อย 40-50% ของราคารถจะดีมาก ควรรวมค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ดี แยกบัญชีไปเลยจะเวิร์คสุด เช่น รถยนต์ราคา 500,000 บาท เตรียมเงินไว้เลยอย่างน้อย 250,000 บาท

3. เตรียมค่าใช้จ่ายการดำเนินโอนรถยนต์ (ซื้อสดจ่ายเต็มจำนวน)

 

กรณีซื้อสดจ่ายเต็มจำนวนแบบไม่ผ่อนจ่าย เราจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ในการโอนรถยนต์ส่วนบุคคล บางเต้นท์หรือบางโชว์รูมอาจจะแจกแถมค่าใช้จ่ายโอนทะเบียนรถ หรือค่าทะเบียน แต่ถ้าเราต้องทำเรื่องเอง ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานประจำตัวของเรา เช่น บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง เอกสารเพิ่มเติมบางกรณี และต้องเตรียมค่าโอนรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งด้วย

เตรียมหลักฐานอื่น ๆ มาด้วยนะ เช่น หลักฐานการได้มาของรถ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ฯลฯ ใช้เวลาดำเนินเรื่อง ประมาณ 75 นาทีไม่รวมเวลารอคอย รอรับหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์ได้ทันที

4. เตรียมค่าจัดไฟแนนซ์

 

หากซื้อรถกับตัวแทนจำหน่าย เราอาจจะต้องรู้จัก “ค่าจัด” ย่อมาจากคำว่า “ค่าจัดไฟแนนซ์” เพื่อขอเช่าซื้อ เป็นยอดคงเหลือหลังจากเราจ่ายค่าดาวน์เสร็จแล้ว เช่น รถยนต์ราคา 450,000 บาท วางเงินดาวน์ 50,000 บาท จะคงเหลือยอดจัด 400,000 บาท ตรงนี้เราผ่อนจ่ายค่างวด จ่ายดอกเบี้ยได้ตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินหรือดีลเลอร์ที่เราติดต่อไว้ โดยเงื่อนไขแต่ละสถาบันแตกต่างไปครับ (อาจจะต้องใช้ผู้ค้ำประกันร่วมด้วย)

5. เตรียมเงินเติมน้ำมันรถยนต์หรือเติมแก็ส

ในส่วนค่าน้ำมัน เป็นสิ่งต้องเตรียมและประมาณการณ์ไว้ล่วงหน้าเลย ว่าต้องใช้เท่าไหร่ต่อเดือน เช่น ต้องใช้ขับรถไปทำงาน ต้องเติมน้ำมัน 5,000 บาท/เดือน (ค่าน้ำมัน 1 ปี = 60,000 บาท) คุณต้องบวกค่าใช้จ่ายนี้เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่างวดรถ หรือจะเติมแก็สก็ต้องเตรียมไว้นะจ้ะ เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่อง

6. เตรียมเงินค่าบำรุงรักษา เมื่อรถเสื่อมสภาพ

 

ให้การขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง การตรวจเช็กระยะเป็นสิ่งที่ต้องทำ ตรวจเช็กระยะช่วยถนอมเครื่องให้อยู่ทนทาน เช่น

  • เช็กระยะ 1500 เมตร
  • เช็กระยะ 5000 เมตร
  • เช็กระยะ 10,000 เมตร เป็นต้น

ยิ่งขับไกลใช้รถบ่อยต้องหมั่นตรวจสภาพ แนะนำให้คุณทำตามคำแนะนำของช่างผู้เชี่ยวชาญ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ดูแลที่ปัดน้ำฝน เครื่องยนต์ ทำความสะอาดคาร์บูเรเตอร์ หม้อน้ำ เปลี่ยนไส้กรอง และบำรุงรายการอื่นๆ ตามอาการคร้าบ ค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 – 30,000 บาท

7. เตรียมอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัย

 

นอกจากต้องมีเงินไว้ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ บำรุงรักษาสภาพรถ เราต้องเตรียมงบซื้อกล้องติดรถยนต์คุณภาพดีสามารถถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้มีหลักฐานไว้ยืนยัน และแจ้งเคลม (สำหรับประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3+) เก็บภาพได้คมชัด แนะนำอ่าน 5 ประโยชน์ดี ๆ เมื่อคุณมีกล้องติดรถยนต์หรือกล้องหน้ารถก่อนซื้อ หากคุณมีลูกควรซื้อคาร์ซีทที่เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อย พร้อมกับยางอะไหล่ที่ต้องมีให้พร้อม อย่างไรก็ดี เป็นเพียงแค่ตัวอย่างไอเทมที่ต้องมีติดรถเท่านั้น

8. เตรียมเงินไว้ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ และภาษีประจำปี  

 

อย่างที่รู้ว่ารถยนต์ทุกคันต้องมีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพื่อใช้เป็นเอกสารต่อภาษีประจำปีรถยนต์อยู่แล้ว มือใหม่หัดขับ หรือเจ้าของรถป้ายแดงจะต้องเตรียมเก็บเงินไว้จ่ายปีละครั้ง เช่น

  • รถเก๋ง/รถกระบะ 4 ประตู ประมาณ 6xx บาท
  • รถกระบะ 2 ประตู ประมาณ 9xx บาท

เราต้องต่อพ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บตามกฎหมายทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และใช้เป็นเอกสารสำหรับต่อทะเบียนรถประจำปี เพื่อรับป้ายวงกลมติดรถยนต์

“ในยุคดิจิทัลเช่นนี้ Frank อำนวยความสะดวกให้คุณสามารถต่อพ.ร.บ.ออนไลน์ได้แล้วนะครับ”

บทความที่คุณอาจจะสนใจ : ต่อภาษีรถยนต์ทำอย่างไร? ทำที่ไหน? และใช้เอกสารอะไรบ้าง? สามารถติดตามบทความ Frank ได้ครับ

9. เตรียมเงินไว้ต่อประกันรถยนต์

 

ต่อพ.ร.บ.รถยนต์แล้ว ต้องมีงบประมาณสำหรับซื้อประกันภัยรถยนต์ไว้ด้วยนะ โดยเฉพาะรถยนต์ใหม่ป้ายแดงสุดรักสุดหวง การเลือกประกันรถยนต์ชั้นไหนให้ใช่ และเหมาะกับที่สุดสำหรับคุณ

หากให้เล่าแบบสั้น ๆ Frank ขอแนะนำประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองมากที่สุด เพราะช่วยดูแลทุกเหตุการณ์จริง ๆ เนื่องจากประกันชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่ เคลมได้ทุกการชน ดูแลสูงสุด

พิเศษกว่าใครหากซื้อประกันชั้น 1 กับแฟรงค์ คุณจะได้รับบริการนั่งรถ Grab ระหว่างรอซ่อม สำหรับเคสรถยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ตามกฎหมาย เช่น

  • กระจกข้างพังไม่สามารถมองเห็นได้ เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายซ้ำ
  • เกิดอุบัติเหตุรถชนที่ตัวเครื่องเสียหาย หรือโดนชนจนรถพังสตาร์ทไม่ติด ไม่สามารถขับไม่ได้ก็อยู่ในกรณีนี้
  • กรณีที่รถพังจนต้องใช้รถยก และรถลาก หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ
  • รถชน กระทั่งหม้อน้ำพัง ทำให้ไฟลุกไหม้ตัวเครื่อง
  • ไฟหน้า ไฟหลัง และไฟเลี้ยวเสียหายจากการอุบัติเหตุ
  • กรณีขับรถชนตอม่อ หรือชนต้นไม้อย่างรุนแรง ฯลฯ กระทั่งรถพังเสียหายไม่สามารถขับบนถนนได้ จนสตาร์ทรถไม่ติด สามารถเบิกได้
  • ป้ายทะเบียนรถยนต์ชำรุดจากอุบัติเหตุ ไม่สามารถติดกับตัวรถยนต์ได้ ยกเว้นกรณีป้ายทะเบียนหลุดเอง หรือจงใจทำให้ป้ายทะเบียนเสียหาย

หากมีข้อสงสัยอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ frank.co.th ได้สิทธิเฉพาะแฟรงค์อินชัวร์รันซ์เท่านั้น !!!!

10. เตรียมค่าที่จอดรถ หากไม่มีโรงจอดรถ

 

หากซื้อรถแล้ว ไม่มีที่จอดรถ ต้องเช่าที่จอดบางครั้งเราอาจจะต้องจ่ายรายเดือน จ่ายรายปี และเพื่อความเข้าใจอันดี คงต้องแชร์ส่วนตัวของผู้เขียนที่ต้องจ่ายค่าจอดรถยนต์เดือนละ 500 บาท รวมยอด 1 ปี ต้องจ่าย 6,000 บาท อย่างไรก็ดี มีบางสถานที่ต้องจากค่าเช่าที่จอดรถทั่วไปเฉลี่ย 3,000 บาท/เดือนก็มี แต่เพื่อความปลอดภัยของรถยนต์สุดที่รัก บอกเลยว่า “ยอมจ่าย”

11. เตรียมเงินติดฟิล์มกันแสงแดด

 

แสงแดดเมืองไทยร้อนแรงไม่เบา ดังนั้น การติดฟิล์มรถยนต์เป็นสิ่งต้องเตรียมงบประมาณไว้ ควรเลือกฟิล์มที่มีคุณภาพดี กรองแสงได้ดี ไม่ควรติดฟิล์มดำ หรือฟิล์มปรอทรอบคัน เพราะผิดกฎหมาย และอาจจะถูกปรับจับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นะ

12. เตรียมเงินซื้ออุปกรณ์แต่งรถ

 

สำหรับคนรักรถยนต์ การซื้อรถป้ายแดงอาจจะอยากตกแต่งเพิ่มนิดหน่อย เช่น เปลี่ยนล้อแม็ก หรืออื่น ๆ คงต้องบอกว่า ถ้าไปแต่งรถเสริมหล่อแล้ว ประกันรถแต่งและอุปกรณ์แต่งรถมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท เราจะไม่ต้องเสียเบี้ยประกันรถยนต์เพิ่มเติม แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประกันด้วยเพื่อให้คุ้มครองตอนเคลมครับ

บทความที่คุณอาจจะสนใจ: 10 อันดับ ของแต่งรถที่นักขับชื่นชอบสุด ๆ

13. เตรียมเงินซื้อเครื่องเสียง สำหรับคนรักเสียงเพลง

 

คนรักเสียงเพลง และดนตรี อาจจะต้องเตรียมเงิน เพื่อติดตั้งเครื่องเสียงเจ๋ง ๆ เพิ่มเติม ให้การขับขี่ไม่เหงา เพราะมีดนตรีเป็นเพื่อน อย่างไรก็ดี ติดเครื่องเสียงแต่พอดี ไม่ดังมากเกินจะดีกว่าครับ เพื่อรักษาสุขภาพของเรานะครับ แฟรงค์เป็นห่วง

14. เตรียมเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศรถยนต์

 

ช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศเมืองไทยไม่สู้ดีนัก เราจะต้องเตรียมรับมือฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่คุณต้องรู้ ! คือต้องมีเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กไว้ติดรถยนต์ เพื่อช่วยการกรองฝุ่นในระดับหนึ่ง ปัจจุบัน เครื่องฟอกอากาศรถยนต์มีราคาเริ่มต้นประมาณ 2,xxx บาทครับ พกไว้ในรถช่วยได้มากโข

15. เตรียมเงินค่าล้างรถ หากไม่มีเวลาดูแล

 

คนที่มีบ้าน มีพื้นที่ล้างรถก็ไม่ต้องจ่ายส่วนนี้ แต่ถ้าคุณอยู่คอนโด อพาร์ทเมนต์ หรือหอพักที่มีพื้นที่จำกัด ลำพังแค่ที่จอดรถก็หายากเย็นเข็นใจแล้ว เราคงไม่มีโอกาสล้างรถได้เองแน่ ๆ ซึ่งจะต้องเตรียมงบประมาณสำหรับการล้างรถไว้ด้วย อย่างน้อย ๆ เริ่มต้นที่ 350 บาท/ครั้ง หากเคลือบสีรถด้วย ราคาก็เพิ่มตามขนาดของรถยนต์ครับ เฉลี่ยที่ต้องจ่ายเมื่อล้างรถอยู่ที่ 2,500 – 3,000 บาทต่อปี

16.  เตรียมค่าทางด่วน และค่าใช้จ่ายจิปะถะ

 

ด้วยการจราจรที่ติดแสนติดในกทม. มาถึงงบประมาณที่ต้องเตรียม คือ ค่าทางด่วน และค่าผ่านทางอื่น ๆ เราจะต้องเผื่อไว้ด้วยครับ เพราะในแต่ละเดือน หากเราอยู่บ้านไกล ต้องมาทำงานในเมือง ก็ต้องใช้ทางด่วน มาติดต่องาน มาประชุม อาจจะต้องใช้ทางด่วน ไปต่างจังหวัดก็อาจจะต้องใช้ทางด่วน เพื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ถึงแม้ว่าบางครั้งทางด่วนอาจจะไม่ด่วนเท่าไหร่) ปัจจุบัน อัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษเฉลิมมหานคร เริ่มต้นที่ 50 บาท (สำหรับรถ 4 ล้อ) สรุปง่าย ๆ หากคุณต้องขับรถไกล ๆ เผื่อเงินในส่วนนี้ไว้ด้วยล่ะ ลองประมาณการณ์ดี ๆ ว่าต่อเดือนเดินทางบ่อยแค่ไหน จะได้แบ่งสรรปันส่วนถูกต้อง เตรียมไว้ประมาณ 2,000 – 4,000 บาท/เดือน

ก่อนจะซื้อรถสักคัน นอกจากต้องมีเงินซื้อรถ เราจะต้องเตรียมเงินหมุนเวียนไว้สำหรับจ่ายยามฉุกเฉินด้วยครับ เช็กลิสต์พร้อม มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์แล้ว อย่าลืมนะครับ อยากซื้อประกันรถยนต์ถาม frank.co.th  หรือจะอ่านเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจได้ครับ

Cr : Fank

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on email
Email